วันพฤหัสบดีที่ 23 มิถุนายน พ.ศ. 2554

เคล็ดเสริมดวง

" ความเชื่อ" มีอยู่ในตัวคนเราทุกคน บ้างก็เชื่อว่าผีมีจริง
วิญญาณมีจริง เชื่อเรื่องดวง เรื่องเคล็ด และก็เชื่อเรื่องอื่นๆ
อีกมากมาย แล้วแต่ตัวบุคคลว่าผูกพันหรือคุ้นเคยกับสิ่งไหน
มามากกว่า เอาล่ะ เข้าเรื่องเลยดีกว่า วันนี้เรามีเรื่องดีๆ
มาฝากคนที่เชื่อเรื่อง "เคล็ดเสริมดวง" ใครอยากโชคดี
พลาดไม่ได้เด็ดขาด...
( เป็นความเชื่อส่วนบุคคลโปรดใช้วิจารณญาณในการอ่านนะคะ)

วันบริสุทธิ์
วันที่ควรงดเว้นการมีเพศสัมพันธ์กับคู่รัก คือวันโกน วันพระ วันเกิด และวันเข้าพรรษา ตามธรรมเนียมโบราณนิยมปฏิบัติกันเช่นนี้ เพื่อให้เทวดาคุ้มครองรักษาตลอดไป

กระเป๋าสตางค์
เปลี่ยนกระเป๋าสตางค์ใบใหม่เสมอในวันขึ้นปีใหม่ ใส่เงินจำนวน 900 หรือ 9,000 ในกระเป๋าไว้สักวัน หนึ่งวันหนึ่งคืนเต็มๆ เพื่อเอาเคล็ดเอาฤกษ์เพื่อให้กระเป๋าใบนั้นเป็นกระเป๋าที่ดีเรียกเงินเรียกทอง เข้ากระเป๋าได้มาก มีเก็บมากกว่าจะต้องควักออกไป และทุกครั้งที่รับเงินสดเข้ามา ควรนำเงินมาใส่กระเป๋าเอาไว้ก่อน บางคนอาจจะยังคงปล่อยเงินไว้ในซองแล้วก็นำไปฝากธนาคาร ซึ่งถ้าจะเอาเคล็ดเรียกโชคกันจริงๆ ตามความเชื่อของคนเฒ่าคนแก่ ก็ควรเอาเงินเก็บใส่กระเป๋าสตางค์ไว้ก่อน

พระสิวลี
หาโอกาสไปกราบไหว้พระสีวลีที่วัดใดก็ได้ในท้องที่ที่อาศัย พระสีวลีเป็นเอตทัคคาโชคลาภ ท่านเป็น 1 ใน 80 ศิษย์เอกของพระพุทธเจ้า เมื่อไปกราบไหว้ขอพรจากพระสีวลี ชีวิตจะมีโชคดีขึ้นและมีความราบรื่นก้าวหน้า มีเงินมีทองเพิ่มพูนมากขึ้น

ยักษ์และราหู
ไม่ควรมีรูปภาพ หรือรูปปั้นยักษ์และราหูประดับตกแต่งในบ้าน เพราะจะทำให้คนในบ้าน ทะเลาะเบาะแว้งกัน มีแต่เรื่องร้อนๆ ขาดโชคขาดลาภ พลังของวิญญาณ อย่านำโปสเตอร์ , รูปภาพ หนังผี , คนบาดเจ็บจากนิตยสารที่มีแต่ความน่ากลัวมาติดผนังบ้าน หรือรูปคนตายม าติดประดับไว้ที่ห้อง ยกเว้นภาพถ่ายบุคคลในครอบครัวที่เสียชีวิตไปแล้ว) หลีกเ ลี่ ยงภาพน่ากลัว หรือดูดุร้าย เพราะล้วน เป็นแหล่งเรียกคลื่นพลังงานที่ไม่เป็นมงคล จะทำให้โชคลาภหดหาย คนในบ้านจะมีแต่เรื่องร้ายๆ เกิดขึ้น เกิดอุบัติเหตุ การนำภาพมาติดผนังประดับบ้านควรเลือกภาพที่ดูสวยงา ม

เตียงนอน
อย่าตั้งเตียงนอนโดยเอาหัวเตียงหันไปชนกับผนังห้องน้ำ เพราะจะทำให้เสื่อมโชคอับโชค อย่าตั้งเตียงนอนโดยหันปลายเตียงเล็งตรงกับประตูทางเข้าพอดี เพราะจะทำให้ฝันร้ายและอับโชค

สุนัข แมวจรจัด
แบ่งอาหารและน้ำให้แก่สุนัข หรือแมวจรจัดที่หิวโหยบ้าง ในวันฝนตกก็อนุญาตให้สัตว์จรจัด เข้ามาหลบฝนในชายคาบ้าน การทำบุญทำทานกับสัตว์นั้นให้อานิสงส์ผลบุญแก่ตัวเราได้อย่างมหาศาล

ห้องครัว
ดูแลปัดกวาดเช็ดถูและจัดข้าวของเครื่องใช้ในครัวให้สะอาดอยู่เสมอ อย่าปล่อยให้ครัวสกปรก เพราะครัวเป็นขุมพลังของบ้าน บ้านที่ปล่อยให้ครัวสกปรกจะอับโชค เงินทองหามาได้ก็ต้องจ่ายออกไป เจริญรุ่งเรืองช้านัก

ผ้าเช็ดหน้า
อย่าให้ของขวัญคนรัก หรือเพื่อนสนิทเป็นผ้าเช็ดหน้า เพราะถือว่าเป็นลางไม่ดี ถือเป็นของขวัญอับโชค มอบให้กันแล้วจะมีเรื่องต้องพลัดพรากจากกัน หรือมีเรื่องต้องเมินหมางห่างเหินกันไป

กระจก
ขัดถูกระจกในบ้านให้สะอาดใสอยู่เสมอ ถ้าปล่อยให้กระจกขุ่นมัวเป็นประจำ ดวงชะตาของคนในบ้านจะหม่นหมองทำอะไรไม่ขึ้น

เหรียญนำโชค
เมื่อเจอเงินตกอยู่ตามทางเดิน แม้จะเป็นเพียงเหรียญบาทก็ให้เก็บเอาไว้ ให้ถือเสมือน เป็นเหรียญนำโชค การเดินผ่านเลยไป เพราะเห็นว่าเป็นเพียงเหรียญบาท เหรียญสลึงนั้น ถือเป็นการ ดูถูกเงินทอง ไม่เห็นคุณค่าของเงิน คนเฒ่าคนแก่เชื่อกันว่ามันจะทำให้คุณอับโชคทั้งวัน หรือในช่วง 3 -7 วันนั้น

แหวนเสริมดวง
เลือกสวมแหวนที่ถูกโฉลกกับเดือนเกิด หรือวันเกิดเพื่อเสริมโชคดีให้ชีวิตถ้าอยากเสริมดวงการเงิน - ควรสวมแหวนทอง แหวนเงิน แหวนหยกและแหวนหัวพลอยสีที่ถูโฉลก ถ้าอยากเสริมดวงความรัก - ให้สวมแหวนรูปหัวใจ รูปดาว เลือกแหวนเพชรหรือทอร์ควอยส์ก็ได้ ส่วนแหวนลูกปัดและหินสีต่างๆ - จะช่วยเสริมดวงเสน่ห์

การสวมแหวน
สวมแหวนนิ้วกลางขวา - เสริมดวงการเงินและบารมี สวมแหวนนิ้วนาง นิ้วก้อย - เสริมเสน่ห์ และเสริมดวงความรัก

ทำบุญโลงศพ
ไปที่มูลนิธิใกล้บ้าน ทำบุญบริจาคเงิน ร่วมกันซื้อโลงศพให้ศพอนาถาที่ไร้ญาติ การทำบุญโลงศพจะช่วยเสริมดวงชะตาให้กล้าแข็ง เหมาะสำหรับช่วงดวงอ่อน และมีทุกข์มีเคราะห์

พระพรหมศักดิ์สิทธิ์
หาโอกาสไปกราบไหว้พระพรหมสักครั้ง ถ้าอยู่ที่กรุงเทพ ก็ไปไหว้ที่หัวมุมสี่แยกราชประสงค์โรงแรมเอราวัณก็ได้ หรือที่ศาลพระพรหมแห่งใดก็ได้ทั้งน?้น พระพรหมเป็นเทพศักดิ์สิทธิ์ที่กล่าวขวัญกันมากว่า บนบานอธิษฐานขออะไรมักได้ดังปรารถนา ด้วยว่าท่านเป็นเทพแห่งความสำเร็จนั่นเอง

หิ้งพระ
หิ้งพระ หรือหิ้งบูชาสิ่งศักดิ์สิทธิ์ทั้งหลายไม่ว่าจะเป็นเทพต่างๆ หรือ ร. 5, ในหลวงของเรา เมื่อตั้งหิ้งบูชาแล้วจะต้องหมั่นดูแลรักษาความสะอาดอย่างสม่ำเสมอ หมั่นเป ลี่ ยนดอกไม้ พวงมาลัย ถวายน้ำสะอาด ถ้าปล่อยให้หิ้งสกปรก มีแต่ฝุ่นจับเต็มไปหมด บ้านนั้นจะมีแต่ความเสื่อมถอย โชคลาภหดหาย ยากที่จะเจริญรุ่งเรือง

ไข่ และ ส้ม
ในบ้านเรือนควรมีไข่ และมีส้มไว้ในตะกร้าเสมออย่าให้ขาด เพื่อเรียกความสมบูรณ์พูนสุขเข้าบ้าน ทำให้ชีวิตอยู่ดีมีสุขตลอดไป ไข่และส้มเป็นสัญลักษณ์ของความอุดมสมบูรณ์และความโชคดี

นวดฝ่าเท้าส่งผลถึงใบหน้าเลยนะ ลองทำดู

นวดฝ่าเท้าส่งผลถึงใบหน้าเลยนะ ลองทำดู


"ขอบตาคล้ำ"
อาการขอบตาคล้ำดำหมอง เกี่ยวข้องกับไต ดังนั้นต้องกดบริเวณกลางฝ่าเท้า ไล่มาแนวเดียวกันไปทางนิ้วนาง กดและผ่อนเป็นจังหวะตำแหน่งละ 10 นาที สีดำที่ขอบตาจะลดลงค่ะ


"ลดริ้วรอย"
เพื่อลดริ้วรอยบริเวณใบหน้าสวยๆหล่อๆของสาวห้องแป้ง ต้องนวดสะท้อนไปที่ต่อมใต้สมอง โดยงอนิ้วหัวแม่มือแล้ววางข้อต่อส่วนที่งอกดลงไปตรงกลางท้องนิ้วหัวแม่เท้า กดช้าๆแล้วผ่อน สัก 5-10นาที แต่ต้องทำทุกวันนะคะ มันจะช่วยกระตุ้นการทำงานของต่อมใต้สมองให้ผลิตฮอร์โมนรักษาความเต่งตึงค่ะ


"สิว"
ถ้ากำลังเป็นสิว ให้แก้โดยกดตรงตำแหน่งที่ส่งผลต่อการทำงานของต่อมไทรอยด์ บริเวณโคนนิ้วหัวแม่เท้าทั้งสองและฝ่าเท้า วิธีการกด ให้งอนิ้วชี้และกระตุกข้อต่อส่วนที่งอนั้น ค่อยๆกดลงไปตรงโคนนิ้วหัวแม่เท้าด้านขวา ต่อด้วยด้านซ้าย แนะนำให้กดเป็นประจำ ต่อมไทรอยด์จะผลิตอฮร์โมนเต็มที่ค่ะ


"คลายความเครียด"
ให้ทาบนิ้วหัวแม่มือลงบนจุดกลางเท้าในแนวนิ้วหัวแม่เท้า มือประคองเท้าไว้ ออกแรงกดและผ่อนเป็นจังหวะ สัก 15 นาที ภาวะเครียด จะค่อยๆจางไปค่ะ



ดวงตาเมื่อยล้า"
ต้องใช้ข้อนิ้วกดลงไป บนแนวขวางของฝ่าเท้าตรงบริเวณโคนนิ้วชี้และนิ้วกลาง กดซัก 15 นาที จะรู้สึกได้เลยว่ากล้ามเนื้อสายตาผ่อนคลายขึ้น


"นอนไม่หลับ"
ลองใช้นิ้วหัวแม่มือกดจี้จุดผ่อนคลายบริเวณกลางฝ่าเท้า ระหว่างนิ้วชี้กับนิ้วก้อย ว่ากันว่าจุดนี้ส่งผลต่อปลายประสาทช่องท้อง ช่วยให้ relax หลับง่าย ประมาณ 20 นาที คุณก็จะรู้สึกเริ่มง่วงแล้วค่ะ

"ปวดต้นคอ ปวดไหล่"
ใช้นิ้วหัวแม่มือนวดคลึงบริเวณหลังเท้าตรงโคนนิ้วชี้และนิ้วก้อยประมาณ 15 นาที กล้ามเนื้อบริเวณคอ ไหล่ ของคุณจะคลายตัวค่ะ



ปวดศรีษะบ่อยๆ"
ต้องกดบริเวณนิ้วหัวแม่เท้าส่วนที่นูนใต้นิ้ว นวดโดยงอนิ้วชี้และนิ้วกลาง แล้วคีบหัวแม่เท้า นวด และรูด รับรองว่าศรีษะจะเบาลงค่ะ อาการปวดก็จะค่อยๆหายไป นวดและรูดหัวนิ้วเท้าอื่นๆด้วยก็ดีนะคะ ทำแบบนี้บ่อยๆ จะป้องกันอาการปวดหัวได้ด้วยค่ะ



"ไมเกรน"

ให้กดปลายนิ้วหัวแม่เท้า โดยใช้นิ้วหัวแม่มือและนิ้วชี้จับปลายนิ้วหัวแม่เท้า ปวดช้างไหนนวดข้างนั้นไปเลยค่ะ นวดคลึงไป 10 นาทีแล้วโลกจะสดใสขึ้นเลยค่ะ

ขำๆนะครับ






















ดูไว้เตือนสติ

images by free.in.th
Thanks: ฝากรูป ดิกชันนารี

วันศุกร์ที่ 19 พฤศจิกายน พ.ศ. 2553

โฮ๊ะ...ละหมูหยองนี่ลุกตางใดมาแน๊ ....(อ่านเป๋นกำเมืองก็อย่างฮาครับพี่น้อง)‏

ยายแก้วดีจะไปแอ่วหาลูกหลังการขอคืนพื้นที่ของทหารใน กทม.
กั๋วว่าจะหิ๋วบนรถไฟก็เลยต้มไข่ไปกิ๋นตวยตาง 2 แก่น
(เกรงว่าจะหิวก็เลยต้มไข่ไปกินระหว่างทางซะ 2 ลูก)

จะขึ้นรถไฟแล้วก็ซัดต๋าหันข้าวหลาม ก็เลยซื้อข้าวหลามเหีย 1 บอก
(เหลือบไปเห็นข้าวหลามที่วางขายอยู่ก็เลยซื้อไปอีก 1 กระบอก)

ใส่ถุงฮู้ดซิปไว้กั๊บไข่ต้ม ... จะเอาไว้กิ๋นบนรถไฟ
(ใส่ถุงรูดซิปอย่างดี กะจะเอาไว้กินกับไข่ต้มบนรถไฟ)

เผื่อได้ตี้นั่งแล้วก็เอาถุงแอมขี้ข้างไว้กั๋วหาย
(เมื่อได้ที่นั่งก็เอาถุงวางไว้ข้าง ๆ สะเอว....กลัวของหาย)

นั่งไปซักบึ๊ด.......ขนตาลู่จะไปล่ะกั๋น
(นั่งไปซักพัก......ขนตาบนกับขนตาล่างก็แย่งจะมาประสานกันให้ได้)

ก็เลยลวดหลั๊บฮั๊นล๊องง๊อง
(ก๊อ....เลยหลับงอก่องอขิงอยู่ตรงนั้น)

กำเดียว รถไฟจอด ... ก็มีป้อจายคนหนึ่ง เดินหาเซาะหาตี้นั่ง
(ซักพักนึง....รถไฟจอด ชายหนุ่มคนนึงก็เดินขึ้นมาหาที่นั่ง)

หันยายแก้วดีหลับฮั๊นล๊องง๊อง
(เห็นยายแก้วดีหลับอยู่)

ก็กึ๊ดในใจ๋.....นั่งตวยคนเฒ่าเนี่ยบ้ะ......ปลอดภัย
(ก็เลยนั่งกับยาย....โดยคิดในใจว่า....นั่งกับคนแก่เนี่ย.....ปลอดภัย)

แล้วก็นั่งข้างยายแก้วดี.......นั่งไปก็ลมจอยเน้อ.....
(นั่งไปลมก็เย็นนนนนนนนสบาย)

ก็เลยหลับไปเหียตวยกั๋น
(ชายหนุ่มก็เลยหลับไปกับยายแก้วดีซะเลย)

ยายแก้วดีหลับไปได้จ๊าดเมิน ... สะดุ้งหยัวะ........
(ยายแก้วดีหลับไปนานนนนน.....อยู่ ๆ ก็สะดุ้งเฮือกขึ้นมา)

อืมมมม.....อี่แม่ไค่อยากข้าวเน้อ......
(อืมมมม......ชักหิวข้าว....แฮะ)

กึ๊ดเติงหาข้าวหลามกับไข่ต้มตี้ใส่ถุงไว้
(ใจก็ประหวัดถึง ไข่ต้มกะข้าวหลามที่เตรียมมา)

ก็เลยหลับหูหลับต๋าเอามือซวมหา
(ด้วยความสะลึมสะลือ.....ก็เลยเอามือควานหาของ)

ป๊ะใส่ซิป ก็ฮูดดังควาก.....เอามือเข้า งม ๆ ซวม ๆ
(อ้าววว.....เจอซิปก็รูดซิปดังควาก.....แล้วก็เอามือควานใหญ่เลย)

เซาะหาไข่ต้ม.....2 แก่น.......อืมมมม....ยังอยู่
(อืม.....ไข่ต้ม 2 ใบ.....อ้ะ....ยังอยู่)

ยังบ่มืนต๋าเตื้อนา....ซวมไปแหมน้อยหาข้าวหลาม......
(ยังไม่ยอมลืมตาอีก....แต่ควานหาข้าวหลามใหญ่เลยทีนี้)

ข้าวหลามเฮาโล๊ะ......อืมมมมม....ยังอยู่
(ข้าวหลามชั้นล่ะ.....อืมมมม.....ยังอยู่แฮะ)

โฮ๊ะ....ละหมูหยองนี่ลุกตางใดมาแน๊.... อี่แม่บ่ได้ซื้อมาเน้อ.......
(อ้าว.......เฮ้ย......แล้วหมูหยองมาจากไหนวะเนี่ยยยย)

ทะแลม......ทะแลม......ทะแลม

วันพุธที่ 25 สิงหาคม พ.ศ. 2553

ภาพที่ถูกถ่ายขึ้นสมัยรัชกาลที่ 5 ซึ่งทางประเทศไทยไม่มีภาพเหล่านี้

ภาพที่ถูกถ่ายขึ้นสมัยรัชกาลที่ 5 ซึ่งทางประเทศไทยไม่มีภาพเหล่านี้ ต้องไปขอภาพถ่ายนี้จากต่างประเทศมา (เป็นภาพที่หาดูยากมาก) ยิ่งภาพ ขบวนเรือพระที่นั่งด้วยเนี่ย....สุดยอดเลยครับ....

ตัวอย่าง ภาพถ่ายโดยพระบรมราชานุญาต ร. 4- ร. 5



ฉาย ณ เกย พระที่นั่งอาภรณ์พิโมกข์ปราสาท พระบรมมหาราชวังในการพระราชพิธีโสกันต์ สมเด็จพระบรมโอรสาธิราช เจ้าฟ้ามหาวชิรุณหิศ สยามมกุฎราชกุมารพระองค์แรกของสยามประเทศ เมื่อวันที่ 20 มกราคม พ.ศ. 2433



พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวทรงยืนหันพระปฤษฎางค์ให้กล้องในการพระราชพิธีโสกันต์ ณ เขาไกรลาส ในสวนขวา พระบรมมหาราชวัง มีน้ำตกบ่อน้ำ และสัตว์ส่วนหนึ่ง ที่มีคติความเชื่อว่า อยู่บนเขาไกรลาส ในป่าหิมพานต์ คือ ม้าราชสีห์ ช้าง และ โค สัตว์เหล่านี้หล่อด้วยโลหะและมีน้ำพุ่ง ออกจากปาก เพื่อสรงน้ำพระราชโอรส พระราชธิดาที่ทรงรับพระราชทานโสกันต์ เมื่อปี พ.ศ. 2433




ช้างต้นในรัชกาลพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว มีปกกระพองและภู่ขนจามรีห้อยหน้าหู พร้อมผ้าเยีย! รบับคลุมหลัง มีควาญคอและควาญท้าย ขณะเดินอยู่ในสวนสราญรมย์ ประมาณ พ.ศ.. 2411



ภาพมุมสูงในวันที่ 14 มกราคม พ.ศ. 2429 ซึ่งเป็นวันที่ 4 ของการพระราชพิธีมหาพิไชยมงคล ลงสรงสนานรับพระปรมาภิไธย ในสมเด็จพระเจ้าลูกยาเธอ เจ้าฟ้าพระราชกุมารพระองค์ใหญ่ ( สมเด็จพระเจ้าลูกยาเธอ เจ้าฟ้ามหาวชิรุณหิศ)




สนามหลวงและวัดพระแก้ว



พระราชวังบางปะอินได้ก่อสร้างขึ้นบนพื้นที่ซึ่งประกอบด้วยเกาะกลางน้ำ มีสะพานลักษณะหลากหลาย ! เป็นทางเดินเชื่อมฝ่ายหน้าและฝ่ายใน เช่น สะพานไม้ ที่ออกแบบให้เป็นลูกคลื่น เป็นที่พอพระทัย ของเจ้านายองค์เล็กๆ เมื่อปี พ.ศ. 2433


ส่วนหนึ่งของวัดพระศรีรัตนศาสดาราม บริเวณปราสาทพระเทพบิดร พระมณฎปซึ่งเป็น ที่ประดิษฐานพระไตรปิฎก และพระศรีรัตนเจดีย์ ซึ่งบรรจุพระบรมสารีริกธาตุ พ.ศ. 2423



ซุ้มประตูยอดมงกุฎทางเข้าพระอุโบสถวัดอรุณราชวราราม หรือ วัดแจ้ง มีทวาราบาลยักษ์ คือ ทศกัณฐ์ด้านซ้าย และสหัสเดชะด้านขว! า ปี พ.ศ . 2410

คำสอนของพ่อ กับ แม่...ดีนะ ถ้าคิดตาม